ข้อควรระวัง

ข้อควรระวัง การป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นต่อทรัพย์สินของลูกค้า

หน้าหลัก  >  ข้อควรระวัง

  การป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นต่อทรัพย์สินของลูกค้า
  บริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ ขอขอบคุณที่ท่านให้เกียรติเลือกใช้บริการของบริษัท ทั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)ได้แนะนำ แนวทางปฏิบัติในการป้องกันความเสียหายต่อทรัพย์สินของลูกค้าอันเกิดจากการกระทำ ทุจริตของเจ้าหน้าที่ของบริษัทหลักทรัพย์ บริษัทเห็นว่าการปฏิบัติตามข้อเสนอแนะดังกล่าว จะเป็นประโยชน์ต่อลูกค้า และเป็นการป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นต่อทรัพย์สิน ของลูกค้าได้ บริษัทจึงขอสรุปแนวทางปฏิบัติตามข้อเสนอแนะของสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. รวมทั้งแจ้งบทบาทและหน้าที่ของหน่วยงานภายในซึ่งลูกค้าสามารถติดต่อได้ ดังนี้
   
 
1. เมื่อลูกค้าได้รับอนุมัติให้เปิดบัญชีและมีการซื้อขายหลักทรัพย์กับบริษัท ลูกค้าจะได้รับ เอกสารดังนี้


ใบยืนยันการซื้อขายหลักทรัพย์ / ใบเสร็จรับเงิน
  เมื่อมีการซื้อขายหลักทรัพย์ ลูกค้าจะได้รับใบยืนยันการซื้อขายหลักทรัพย์ / ใบเสร็จรับเงิน / ใบสำคัญจ่าย / ใบกำกับภาษี โดยบริษัทจะจัดส่งให้หลังวันที่มีรายการซื้อขาย 1 วัน


รายงานยอดหลักทรัพย์คงเหลือในบัญชี
  ทุกเดือนที่ลูกค้ามีรายการหลักทรัพย์เคลื่อนไหวในบัญชี จะได้รับรายงานแสดงยอด หลักทรัพย์คงเหลือ ณ วันสิ้นเดือน ถึงแม้ ณ วันสิ้นเดือนลูกค้าจะไม่มีหลักทรัพย์คงเหลือ ก็ตาม และกรณีลูกค้าไม่มีการซื้อขายหลักทรัพย์แต่มีหลักทรัพย์คงเหลือ บริษัทจะทำการ จัดส่งให้ทุกงวด 3 เดือน มีนาคม มิถุนายน กันยายน และธันวาคม และจัดส่งให้กับลูกค้า ทุกราย สำหรับงวดครึ่งปี เดือน มิถุนายน และธันวาคม (ตามวิธีที่บริษัทกำหนด) โดย บริษัทจะจัดส่งให้ลูกค้า ประมาณ 7 วัน หลังวันสิ้นเดือน วันสิ้นงวด 3 เดือน และสิ้นงวด ครึ่งปี แล้วแต่กรณี


รายงานยอดเงินคงเหลือในบัญชี
  กรณีลูกค้าที่ฝากเงินในระบบ Cash Balance ถ้ามีรายการเคลื่อนไหวในบัญชี ถึงแม้จะมี เงินคงเหลือในบัญชีหรือไม่ก็ตาม จะได้รับรายงานแสดงยอดคงเหลือเงินฝาก ณ วันสิ้นเดือน และกรณีไม่มีการเคลื่อนไหวแต่มียอดคงเหลือ บริษัทจะจัดส่ง ทุกงวด 3 เดือน มีนาคม มิถุนายน กันยายน และธันวาคม และ จัดส่งให้กับลูกค้าทุกรายสำหรับงวดครึ่งปี เดือน มิถุนายน และธันวาคม ตามวิธีที่บริษัทกำหนด) โดยบริษัทจะจัดส่งให้ลูกค้าประมาณ 7 วัน หลังวันสิ้นเดือน วันสิ้นงวด 3 เดือน และสิ้นงวดครึ่งปี แล้วแต่กรณี
  หมายเหตุ :หากลูกค้าไม่ได้รับเอกสารดังกล่าวตามช่วงเวลาข้างต้น ขอให้แจ้งฝ่ายชำระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์การของบริษัท ที่หมายเลข 0 2949 1212 ทันที โปรดอย่า แจ้งเจ้าหน้าที่การตลาดที่ดูแลบัญชีของลูกค้า
   
2. เมื่อลูกค้าชำระค่าซื้อหลักทรัพย์ให้กับบริษัทโดยการโอนเงินเข้าบัญชีของบริษัท ขอให้ท่านระบุชื่อของลูกค้าอย่างชัดเจน ในสำเนาใบ pay in เพื่อบริษัทจะได้ทราบว่าเป็นการชำระ ค่าซื้อหลักทรัพย์ของลูกค้ารายใด และเพื่อป้องกันการนำสำเนาใบ pay in ไปชำระค่าซื้อ หลักทรัพย์ของลูกค้ารายอื่นแทนลูกค้าจริง 
3. ในการลงนามในแบบคำขอเบิกหลักทรัพย์/โอนหลักทรัพย์ เมื่อลูกค้าลงนามเรียบร้อย แล้วให้ระบุชื่อผู้รับโอนหลักทรัพย์ด้วยตนเองทุกครั้ง ทั้งนี้เพื่อป้องกันการนำหลักทรัพย์ของลูกค้าไปโอนให้กับบุคคลอื่น
4. กรณีที่ลูกค้าต้องการจ่ายชำระค่าซื้อหลักทรัพย์หรือจองซื้อหุ้น เพื่อลูกค้ารายอื่น โดยจ่าย เช็คของลูกค้าหรือการโอนเงินเข้าบัญชีบริษัทลูกค้าจะต้องระบุเป็นลายลักษณ์อักษรแสดง ความยินยอม หรือแสดงความประสงค์ว่า จะตัดชำระหนี้ให้แก่ใครอย่างชัดเจน
5. บริษัทไม่มีนโยบายที่จะให้พนักงานของบริษัทรับเงินสดจากลูกค้า เพื่อป้องกันความเสียหาย ที่จะเกิดขึ้นกับลูกค้า ดังนั้นจึงขอให้ลูกค้าโปรดนำเงินสดเข้าบัญชีของบริษัทด้วยตนเอง และจัดส่งสำเนาใบ pay in ที่ได้ระบุชื่อลูกค้าอย่างชัดเจนไว้แล้วให้พนักงานของบริษัทแทน
6. กรณีลูกค้าประสงค์จะนำใบหุ้นของผู้อื่นที่ไม่มีบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์กับบริษัท เพื่อฝาก เข้าบัญชีของลูกค้า ขอให้แจ้งเจ้าของใบหุ้นในให้ระบุข้อความว่าต้องการให้นำใบหุ้นฝาก เข้าบัญชี และเลขที่บัญชีของลูกค้าผ่าน บล.ไทยพาณิชย์ จำกัด ในสำเนาบัตรประชาชน ของเจ้าของใบหุ้น โปรดอย่าให้เจ้าหน้าที่การตลาดเป็นผู้ระบุความต้องการในการนำฝาก ใบหุ้นแทน
7. ในการจองซื้อหุ้น ลูกค้าจะต้องจองซื้อ โดยการใช้แบบฟอร์มสำหรับการจองซื้อหุ้นนั้นๆ และจะต้องปฏิบัติตามวิธีการจองซื้อหุ้น ที่ระบุในหนังสือชี้ชวนของหุ้นนั้นๆ โดยเฉพาะ
   
  ในกรณีที่ชำระค่าซื้อหลักทรัพย์เป็นเช็ค ขอให้สั่งจ่ายเป็นเช็คขีดคร่อม
(A/C Payee Only) ในนาม “บริษัทหลักทรัพย์ไทยพาณิชย์ จำกัด” เท่านั้น